หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สตาร์ทยาก รอบแก่วง เบาดับ  (อ่าน 1519 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
wich
สมาชิกลงทะเบียน
ต่ำสิบ
*****

พลังใจ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 0815966616
กระทู้: 5

« เมื่อ: มิถุนายน 15, 2013, 01:53:27 pm »

สวัสดีครับ
            ผมเป็นผู้อาศัยนั่ง A32 ปี 2000 รุ่นใบชูโรครับ คือเป็นรถของภรรยาครับ ใช้มา 3ปี ซื้อต่อจากเขามา
ก็ใช้มาปกติครับ ไม่มีอาการรวนเรใดๆทั้งสิ้น  มาเมื่อเมษา 56 ก็เริ่มออกอาการ กรรโชกทรัพย์ในกระเป๋าโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
เริ่มจากอาการ สตาร์ทไม่ติดมีเสียงแช๊ะแต่เครื่องยนต์ไม่มีอาการตอบสนองต่อการกระตุ้นใดๆทั้งสิ้น
ทางภรรยาผมก็ให้ผมหาข้อมูลว่ามันเป็นอะไร ผมก็ได้ข้อมูลจากในนี้ว่า มอเตอร์สตาร์ทเป็นตัวการ ก็ให้ช่างมาดู ช่างเอาไปซ่อมให้เป็นที่เรียบร้อย
ก็เอามาใส่ให้ก็ใช้ได้ครับ สตาร์ทชึ่งเดียวติดเหมือนเดิมก็โอเคจ่ายเงินไปครับ   วันต่อมาตอนเช้าสตาร์ทรถ ปรากฎว่าต้องสามครั้งถึงติด อันนี้แบ็ตพึ่งเปลี่ยนได้ 15 วันแล้ว
เช็คไฟดูก็โอเคครับ จึงนำรถไปให้ช่างที่ทำมอเตอร์สตาร์ทดู แกก็บอกว่าไม่เกี่ยวกับผมเมื่อวานยังติดดีอยู่เลยก็เลยต้องล่าถอยมาอย่างงงๆ ก็ใช้ไปครับเพราะมันเป็นมั่งไม่เป็นมั่ง
จนกระทั่ง ปลายเมษาที่นี้มีการการสั่นกระตุกไปทั้งคัน คอยส์แน่ๆ ก็เลยเข้าไปในโคราช(ผมอยู่ ปักธงชัย นครราชสีมาครับ) ให้ช่างรุ่นน้องจัดการเปลี่ยนคอยส์ตัวที่เสียให้ ก็หายสั่น
ทีนี้เช็คคอยส์ตัวยาวอย่างเดียว ตัวสั้นไม่ได้เช็ค(ประมาทไปหน่อยครับ) ก็วิ่งเป็นปกติ แต่ยังสตาร์ทยากอยู่ พอดีไปธุระที่พิษณุโลก เลยให้ช่างเพื่อนกันเช็คเลยลองเปลี่ยนปั๊มติ๊กมือสองให้
ก็เป็นเหมือนเดิม หลังกลับมาจากพิษณุโลก มันชักไม่ได้เรื่องแฮะต้องสตาร์ท3ครั้งถึงจะติด หลังจากสอบถามไปมาเพื่อนก็บอกว่าเอาง่ายๆเสียเงินน้อยๆก่อน เลยให้ผมไปลองเปลี่ยนกรองเบนซินดู
ก็เปลี่ยนรวมท่อน้ำมันที่เปื่อยบางเส้น ก็สตาร์ทยากเหมือนเดิม
             ที่นี้มาเดือน มิถุนา 56 ก็อดรนทนกันไม่ได้ ก็เลยปรึกษากับช่างรุ่นน้องในโคราช ให้เปลี่ยนปั๊มติ๊กเป็นของใหม่ซะจะได้ตัดปํญหาเรื่องแรงดันน้ำมัน เรื่องสตาร์ทยากมันเป็นอัตราตายตัวเลยครับ
คือ3ครั้งติดทุกครั้งที่ดับเครื่องไม่สนใจร้อนเย็น ต่อครับในการเปลี่ยนปั๊มติ๊ก ก็ให้เปลี่ยนสายพานหน้าเครื่อง วาล์วน้ำไปด้วยปั๊มน้ำรองวดต่อไป หลังจากเปลี่ยนที่ต้องการทั้งหมด   มันก็เริ่มออกอาการทันทีครับ
เริ่มต้นเสียงปั๊มติ๊กดังวี้ดว้ายในห้องโดยสาร ปกติไม่ได้ยิน แต่วิ่งไปเสียงอื่นๆกลบหมด อันนี้ไม่เท่าไรครับ แต่พอจอดติดไฟแดงเบาดับ แถมยังสตาร์ทยากอีก หันไปมองหลังรถเห็นปากรถข้างหลังมุบๆมิบๆ
คงกำลังอวยชัยให้พร สตาร์ทซ้ำหลายๆครั้งก็ติดครับไปต่อได้ ดับๆติดๆไปเรื่อยครับ บางครั้งจอดอยู่เข้าเกียร์ P รอบสวิงเร่งไม่ขึ้น วอดดับเลย บางครังดับไปเฉยๆเหมือนดับสวิตท์กุญแจ ทดลองถอดสายไฟที่คอยส์
1 เส้นให้วิ่ง 5 สูบ วิ่งทั้งวันไม่เป็นไร(วิ่งใกล้ๆ) ซื้อคอยส์มาเปลี่ยนอีกหลังจากเจอคอยส์ตั้วสั้น หัวขาด แล้วก็ไม่หาย ทั้งวิ่งห้าสูบและ 6 สูบ สลับคอยส์กันระหว่างตัวสั้นก็ไม่หาย  เป็นมา 1 อาทิตย์แล้วครับ
              สิ่งที่ทำไปแล้วก่อนรถมีอาการ
              1.เปลี่ยนปั๊มติ๊ก ของใหม่
              2.เปลี่ยนกรองเบนซิน และท่อยางบางเส้น
           
             สิ่งที่ทำไปแล้วหลังจากรถมีอาการ
             1. เปลี่ยน แคม / แคร้ง ช๊าฟ เซ็นเซอร์ ตามช่างแนะนำ
             2. ลองสลับตัวแอร์โฟว์
             3.เปลี่ยนคอยส์ต้องสงสัยไป 3 ตัว
             4.ช่างเช็คเร็คคูเรเตอร์แล้วไม่รั่ว
ทั้งหมดที่ทำมานี้ไม่หายครับ
             ยังเหลือ ล้างปีกผีเสื้อ  , มอเตอร์รอบเดินเบา
ก็เลยสังสัยมากครับว่ารถผม เอ้ย รถภรรยาผมมันเป็นอะไรกันแน่ครับ
ระหว่าง   จำเลยที่ 1 คุณไฟ
             จำเลยที่ 2 คุณเชื้อเพลิง(เป็นทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ซ(หัวฉีด autronic))
             หรือมันแอบไปจับมือทกันทำสนธิสัญญา ร่วมขู่กรรโชกทรัพย์
             หรือ...มันจะเป็นอย่างอื่น
             เหนื่อยมากเลยครับ
รบกวน ลุงยิ้ม และท่านผู้รู้ทั้งหลายตอบด้วยครับ
ขอขอบคุณท่าน
บันทึกการเข้า
KoNg_@ปากน้ำกรึ๊บ
"นิ่งไม่เป็น เป็นอะไรไม่ได้เด็ดขาด"
สมาชิกส่วนกลาง
ขาประจำ
*

พลังใจ 65512
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 0874507888 [Dtac]
รุ่นรถที่ใช้: A32 ท้ายแยก น้องชมพู่ : A33 น้องเมเปิ้ล-บักหำ VIP
กระทู้: 17968
FF-ID: 37


" ผ ม จ ะ เ ป็ น ค น ดี "


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2013, 03:11:59 pm »

สวัสดีครับ
            ผมเป็นผู้อาศัยนั่ง A32 ปี 2000 รุ่นใบชูโรครับ คือเป็นรถของภรรยาครับ ใช้มา 3ปี ซื้อต่อจากเขามา
ก็ใช้มาปกติครับ ไม่มีอาการรวนเรใดๆทั้งสิ้น  มาเมื่อเมษา 56 ก็เริ่มออกอาการ กรรโชกทรัพย์ในกระเป๋าโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
เริ่มจากอาการ สตาร์ทไม่ติดมีเสียงแช๊ะแต่เครื่องยนต์ไม่มีอาการตอบสนองต่อการกระตุ้นใดๆทั้งสิ้น
ทางภรรยาผมก็ให้ผมหาข้อมูลว่ามันเป็นอะไร ผมก็ได้ข้อมูลจากในนี้ว่า มอเตอร์สตาร์ทเป็นตัวการ ก็ให้ช่างมาดู ช่างเอาไปซ่อมให้เป็นที่เรียบร้อย
ก็เอามาใส่ให้ก็ใช้ได้ครับ สตาร์ทชึ่งเดียวติดเหมือนเดิมก็โอเคจ่ายเงินไปครับ   วันต่อมาตอนเช้าสตาร์ทรถ ปรากฎว่าต้องสามครั้งถึงติด อันนี้แบ็ตพึ่งเปลี่ยนได้ 15 วันแล้ว
เช็คไฟดูก็โอเคครับ จึงนำรถไปให้ช่างที่ทำมอเตอร์สตาร์ทดู แกก็บอกว่าไม่เกี่ยวกับผมเมื่อวานยังติดดีอยู่เลยก็เลยต้องล่าถอยมาอย่างงงๆ ก็ใช้ไปครับเพราะมันเป็นมั่งไม่เป็นมั่ง
จนกระทั่ง ปลายเมษาที่นี้มีการการสั่นกระตุกไปทั้งคัน คอยส์แน่ๆ ก็เลยเข้าไปในโคราช(ผมอยู่ ปักธงชัย นครราชสีมาครับ) ให้ช่างรุ่นน้องจัดการเปลี่ยนคอยส์ตัวที่เสียให้ ก็หายสั่น
ทีนี้เช็คคอยส์ตัวยาวอย่างเดียว ตัวสั้นไม่ได้เช็ค(ประมาทไปหน่อยครับ) ก็วิ่งเป็นปกติ แต่ยังสตาร์ทยากอยู่ พอดีไปธุระที่พิษณุโลก เลยให้ช่างเพื่อนกันเช็คเลยลองเปลี่ยนปั๊มติ๊กมือสองให้
ก็เป็นเหมือนเดิม หลังกลับมาจากพิษณุโลก มันชักไม่ได้เรื่องแฮะต้องสตาร์ท3ครั้งถึงจะติด หลังจากสอบถามไปมาเพื่อนก็บอกว่าเอาง่ายๆเสียเงินน้อยๆก่อน เลยให้ผมไปลองเปลี่ยนกรองเบนซินดู
ก็เปลี่ยนรวมท่อน้ำมันที่เปื่อยบางเส้น ก็สตาร์ทยากเหมือนเดิม
             ที่นี้มาเดือน มิถุนา 56 ก็อดรนทนกันไม่ได้ ก็เลยปรึกษากับช่างรุ่นน้องในโคราช ให้เปลี่ยนปั๊มติ๊กเป็นของใหม่ซะจะได้ตัดปํญหาเรื่องแรงดันน้ำมัน เรื่องสตาร์ทยากมันเป็นอัตราตายตัวเลยครับ
คือ3ครั้งติดทุกครั้งที่ดับเครื่องไม่สนใจร้อนเย็น ต่อครับในการเปลี่ยนปั๊มติ๊ก ก็ให้เปลี่ยนสายพานหน้าเครื่อง วาล์วน้ำไปด้วยปั๊มน้ำรองวดต่อไป หลังจากเปลี่ยนที่ต้องการทั้งหมด   มันก็เริ่มออกอาการทันทีครับ
เริ่มต้นเสียงปั๊มติ๊กดังวี้ดว้ายในห้องโดยสาร ปกติไม่ได้ยิน แต่วิ่งไปเสียงอื่นๆกลบหมด อันนี้ไม่เท่าไรครับ แต่พอจอดติดไฟแดงเบาดับ แถมยังสตาร์ทยากอีก หันไปมองหลังรถเห็นปากรถข้างหลังมุบๆมิบๆ
คงกำลังอวยชัยให้พร สตาร์ทซ้ำหลายๆครั้งก็ติดครับไปต่อได้ ดับๆติดๆไปเรื่อยครับ บางครั้งจอดอยู่เข้าเกียร์ P รอบสวิงเร่งไม่ขึ้น วอดดับเลย บางครังดับไปเฉยๆเหมือนดับสวิตท์กุญแจ ทดลองถอดสายไฟที่คอยส์
1 เส้นให้วิ่ง 5 สูบ วิ่งทั้งวันไม่เป็นไร(วิ่งใกล้ๆ) ซื้อคอยส์มาเปลี่ยนอีกหลังจากเจอคอยส์ตั้วสั้น หัวขาด แล้วก็ไม่หาย ทั้งวิ่งห้าสูบและ 6 สูบ สลับคอยส์กันระหว่างตัวสั้นก็ไม่หาย  เป็นมา 1 อาทิตย์แล้วครับ
              สิ่งที่ทำไปแล้วก่อนรถมีอาการ
              1.เปลี่ยนปั๊มติ๊ก ของใหม่
              2.เปลี่ยนกรองเบนซิน และท่อยางบางเส้น
            
             สิ่งที่ทำไปแล้วหลังจากรถมีอาการ
             1. เปลี่ยน แคม / แคร้ง ช๊าฟ เซ็นเซอร์ ตามช่างแนะนำ
             2. ลองสลับตัวแอร์โฟว์
             3.เปลี่ยนคอยส์ต้องสงสัยไป 3 ตัว
             4.ช่างเช็คเร็คคูเรเตอร์แล้วไม่รั่ว
ทั้งหมดที่ทำมานี้ไม่หายครับ
            ยังเหลือ ล้างปีกผีเสื้อ  , มอเตอร์รอบเดินเบ
ก็เลยสังสัยมากครับว่ารถผม เอ้ย รถภรรยาผมมันเป็นอะไรกันแน่ครับ
ระหว่าง   จำเลยที่ 1 คุณไฟ
             จำเลยที่ 2 คุณเชื้อเพลิง(เป็นทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ซ(หัวฉีด autronic))
             หรือมันแอบไปจับมือทกันทำสนธิสัญญา ร่วมขู่กรรโชกทรัพย์
             หรือ...มันจะเป็นอย่างอื่น
             เหนื่อยมากเลยครับ
รบกวน ลุงยิ้ม และท่านผู้รู้ทั้งหลายตอบด้วยครับ
ขอขอบคุณท่าน


ทำตัวนี้ แล้วเช็คคอยล์-หัวเทียนใหม่ก่อนครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 15, 2013, 03:15:46 pm โดย KoNg_@ปากน้ำกรึ๊บ » บันทึกการเข้า

***สิ่ ง ที่ ต้ อ ง ทำ คือ ค ว า ม ดี       สิ่ิง ที่ ต้ อ ง มี คือ คุ ณ ธ ร ร ม 
                          สิ่ง ที่ ต้ อ ง จำ  คือ พ ร ะ คุ ณ ***
                         0  8  7   4  5  0  7  8  8  8
เอ๋ เสนา Thailand
Club Adviser
ขาประจำ
*

พลังใจ 64528
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 08-1001-4321                        08-3223-7888                          
รุ่นรถที่ใช้: A32 สิงห์คะนองนา เทพแห่งสายลม
กระทู้: 19155
FF-ID: 1625


ดีใจที่เกิดมาอยู่บนผืนแผ่นดินไทยใต้ร่มบรมโพธิสมภาร


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2013, 03:33:39 am »

สวัสดีครับ
            ผมเป็นผู้อาศัยนั่ง A32 ปี 2000 รุ่นใบชูโรครับ คือเป็นรถของภรรยาครับ ใช้มา 3ปี ซื้อต่อจากเขามา
ก็ใช้มาปกติครับ ไม่มีอาการรวนเรใดๆทั้งสิ้น  มาเมื่อเมษา 56 ก็เริ่มออกอาการ กรรโชกทรัพย์ในกระเป๋าโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
เริ่มจากอาการ สตาร์ทไม่ติดมีเสียงแช๊ะแต่เครื่องยนต์ไม่มีอาการตอบสนองต่อการกระตุ้นใดๆทั้งสิ้น
ทางภรรยาผมก็ให้ผมหาข้อมูลว่ามันเป็นอะไร ผมก็ได้ข้อมูลจากในนี้ว่า มอเตอร์สตาร์ทเป็นตัวการ ก็ให้ช่างมาดู ช่างเอาไปซ่อมให้เป็นที่เรียบร้อย
ก็เอามาใส่ให้ก็ใช้ได้ครับ สตาร์ทชึ่งเดียวติดเหมือนเดิมก็โอเคจ่ายเงินไปครับ   วันต่อมาตอนเช้าสตาร์ทรถ ปรากฎว่าต้องสามครั้งถึงติด อันนี้แบ็ตพึ่งเปลี่ยนได้ 15 วันแล้ว
เช็คไฟดูก็โอเคครับ จึงนำรถไปให้ช่างที่ทำมอเตอร์สตาร์ทดู แกก็บอกว่าไม่เกี่ยวกับผมเมื่อวานยังติดดีอยู่เลยก็เลยต้องล่าถอยมาอย่างงงๆ ก็ใช้ไปครับเพราะมันเป็นมั่งไม่เป็นมั่ง
จนกระทั่ง ปลายเมษาที่นี้มีการการสั่นกระตุกไปทั้งคัน คอยส์แน่ๆ ก็เลยเข้าไปในโคราช(ผมอยู่ ปักธงชัย นครราชสีมาครับ) ให้ช่างรุ่นน้องจัดการเปลี่ยนคอยส์ตัวที่เสียให้ ก็หายสั่น
ทีนี้เช็คคอยส์ตัวยาวอย่างเดียว ตัวสั้นไม่ได้เช็ค(ประมาทไปหน่อยครับ) ก็วิ่งเป็นปกติ แต่ยังสตาร์ทยากอยู่ พอดีไปธุระที่พิษณุโลก เลยให้ช่างเพื่อนกันเช็คเลยลองเปลี่ยนปั๊มติ๊กมือสองให้
ก็เป็นเหมือนเดิม หลังกลับมาจากพิษณุโลก มันชักไม่ได้เรื่องแฮะต้องสตาร์ท3ครั้งถึงจะติด หลังจากสอบถามไปมาเพื่อนก็บอกว่าเอาง่ายๆเสียเงินน้อยๆก่อน เลยให้ผมไปลองเปลี่ยนกรองเบนซินดู
ก็เปลี่ยนรวมท่อน้ำมันที่เปื่อยบางเส้น ก็สตาร์ทยากเหมือนเดิม
             ที่นี้มาเดือน มิถุนา 56 ก็อดรนทนกันไม่ได้ ก็เลยปรึกษากับช่างรุ่นน้องในโคราช ให้เปลี่ยนปั๊มติ๊กเป็นของใหม่ซะจะได้ตัดปํญหาเรื่องแรงดันน้ำมัน เรื่องสตาร์ทยากมันเป็นอัตราตายตัวเลยครับ
คือ3ครั้งติดทุกครั้งที่ดับเครื่องไม่สนใจร้อนเย็น ต่อครับในการเปลี่ยนปั๊มติ๊ก ก็ให้เปลี่ยนสายพานหน้าเครื่อง วาล์วน้ำไปด้วยปั๊มน้ำรองวดต่อไป หลังจากเปลี่ยนที่ต้องการทั้งหมด   มันก็เริ่มออกอาการทันทีครับ
เริ่มต้นเสียงปั๊มติ๊กดังวี้ดว้ายในห้องโดยสาร ปกติไม่ได้ยิน แต่วิ่งไปเสียงอื่นๆกลบหมด อันนี้ไม่เท่าไรครับ แต่พอจอดติดไฟแดงเบาดับ แถมยังสตาร์ทยากอีก หันไปมองหลังรถเห็นปากรถข้างหลังมุบๆมิบๆ
คงกำลังอวยชัยให้พร สตาร์ทซ้ำหลายๆครั้งก็ติดครับไปต่อได้ ดับๆติดๆไปเรื่อยครับ บางครั้งจอดอยู่เข้าเกียร์ P รอบสวิงเร่งไม่ขึ้น วอดดับเลย บางครังดับไปเฉยๆเหมือนดับสวิตท์กุญแจ ทดลองถอดสายไฟที่คอยส์
1 เส้นให้วิ่ง 5 สูบ วิ่งทั้งวันไม่เป็นไร(วิ่งใกล้ๆ) ซื้อคอยส์มาเปลี่ยนอีกหลังจากเจอคอยส์ตั้วสั้น หัวขาด แล้วก็ไม่หาย ทั้งวิ่งห้าสูบและ 6 สูบ สลับคอยส์กันระหว่างตัวสั้นก็ไม่หาย  เป็นมา 1 อาทิตย์แล้วครับ
              สิ่งที่ทำไปแล้วก่อนรถมีอาการ
              1.เปลี่ยนปั๊มติ๊ก ของใหม่
              2.เปลี่ยนกรองเบนซิน และท่อยางบางเส้น
           
             สิ่งที่ทำไปแล้วหลังจากรถมีอาการ
             1. เปลี่ยน แคม / แคร้ง ช๊าฟ เซ็นเซอร์ ตามช่างแนะนำ
             2. ลองสลับตัวแอร์โฟว์
             3.เปลี่ยนคอยส์ต้องสงสัยไป 3 ตัว
             4.ช่างเช็คเร็คคูเรเตอร์แล้วไม่รั่ว
ทั้งหมดที่ทำมานี้ไม่หายครับ
             ยังเหลือ ล้างปีกผีเสื้อ  , มอเตอร์รอบเดินเบา
ก็เลยสังสัยมากครับว่ารถผม เอ้ย รถภรรยาผมมันเป็นอะไรกันแน่ครับ
ระหว่าง   จำเลยที่ 1 คุณไฟ
             จำเลยที่ 2 คุณเชื้อเพลิง(เป็นทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ซ(หัวฉีด autronic))
             หรือมันแอบไปจับมือทกันทำสนธิสัญญา ร่วมขู่กรรโชกทรัพย์
             หรือ...มันจะเป็นอย่างอื่น
             เหนื่อยมากเลยครับ
รบกวน ลุงยิ้ม และท่านผู้รู้ทั้งหลายตอบด้วยครับ
ขอขอบคุณท่าน

วิเคราะห์จากที่ได้อ่านดูแล้ว อาการสตาร์ทติดยากหน้าจะเกิดมาจากลีเลย์สตาร์ทมันไหม้ครับ(ตามอายุการใช้งาน) อยู่ที่กล่องฟิวหน้าแบตเตอร์รี่ครับ ส่วนอาการเบาดับหลังจากที่ได้อ่านดูแล้วตัวที่หน้าสงสัยที่สุดก็หน้าจะเป็น เปลี่ยน แคม / แคร้ง ช๊าฟ เซ็นเซอร์ ตามช่างแนะนำ ลองเอาตัวเดิมกลับมาใส่เหมือนเดิมครับถ้าตัวเก่าไม่ได้เสียก็ไม่หน้าจะเปลี่ยน(เปลี่ยนไปแล้วอาการยังเหมือนเดิมก็ไม่หน้าจะเสีย) เพราะดูแล้วสาเหตุที่ช่างสั่งให้เปลี่ยนก็หน้าจะมาจากสาเหตุสตาร์ทติดยาก แล้วเซ็นเซอร์ที่เอามาเปลี่ยนเป็นของใหม่ตรงรุ่น หรือของมือสองนะครับ เซ็นเซอร์จะมีทั้งหมด3ตัวที่ทำงานสอดประสานกัน ใต้มู่เล่เครื่อง1ตัว หน้าเครื่อง1ตัว ไฟล์วิน1ตัว ทั้ง3ตัวนี้จะทำงานสอดประสานกันประมวนผลแล้วส่งข้อมูลทั้งหมดไปที่กล่องECU ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหาก็จะทำให้เครื่องสตาร์ทติดยากและเครื่องเดินไม่เรียบ แต่ที่จากได้อ่านมาตอนแรกรถของพี่มีอาการแค่สตาร์ทติดยากต้อง3ครั้งถึงจะติด ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นที่ลีเลย์สตาร์ทเพราะปั๊มติ๊กเปลี่ยนแล้ว กรองเบ็นซินเปลี่ยนแล้ว เช็คเร็คคูเรเตอร์แล้วไม่รั่ว ลองดูครับแก้ทีละเรื่องก่อนเดี๋ยวมันจะคันหลายที่ตอนนี้ยังเกาไม่ถูกจุดนะครับ
บันทึกการเข้า

พลพล
"คุณธรรม...ผดุงความยุติธรรม"
สมาชิกส่วนกลาง
หัวล้านกว่า
*

พลังใจ 26771
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 081-3076487
รุ่นรถที่ใช้: A32 - ท้ายแยกจ๊ะ
กระทู้: 3695
FF-ID: 7402


" จงเป็นผู้ให้..มากกว่าเป็นผู้รับ "

Pichitpol naja
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2013, 08:56:11 pm »

สวัสดีครับ
            ผมเป็นผู้อาศัยนั่ง A32 ปี 2000 รุ่นใบชูโรครับ คือเป็นรถของภรรยาครับ ใช้มา 3ปี ซื้อต่อจากเขามา
ก็ใช้มาปกติครับ ไม่มีอาการรวนเรใดๆทั้งสิ้น  มาเมื่อเมษา 56 ก็เริ่มออกอาการ กรรโชกทรัพย์ในกระเป๋าโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
เริ่มจากอาการ สตาร์ทไม่ติดมีเสียงแช๊ะแต่เครื่องยนต์ไม่มีอาการตอบสนองต่อการกระตุ้นใดๆทั้งสิ้น
ทางภรรยาผมก็ให้ผมหาข้อมูลว่ามันเป็นอะไร ผมก็ได้ข้อมูลจากในนี้ว่า มอเตอร์สตาร์ทเป็นตัวการ ก็ให้ช่างมาดู ช่างเอาไปซ่อมให้เป็นที่เรียบร้อย
ก็เอามาใส่ให้ก็ใช้ได้ครับ สตาร์ทชึ่งเดียวติดเหมือนเดิมก็โอเคจ่ายเงินไปครับ   วันต่อมาตอนเช้าสตาร์ทรถ ปรากฎว่าต้องสามครั้งถึงติด อันนี้แบ็ตพึ่งเปลี่ยนได้ 15 วันแล้ว
เช็คไฟดูก็โอเคครับ จึงนำรถไปให้ช่างที่ทำมอเตอร์สตาร์ทดู แกก็บอกว่าไม่เกี่ยวกับผมเมื่อวานยังติดดีอยู่เลยก็เลยต้องล่าถอยมาอย่างงงๆ ก็ใช้ไปครับเพราะมันเป็นมั่งไม่เป็นมั่ง
จนกระทั่ง ปลายเมษาที่นี้มีการการสั่นกระตุกไปทั้งคัน คอยส์แน่ๆ ก็เลยเข้าไปในโคราช(ผมอยู่ ปักธงชัย นครราชสีมาครับ) ให้ช่างรุ่นน้องจัดการเปลี่ยนคอยส์ตัวที่เสียให้ ก็หายสั่น
ทีนี้เช็คคอยส์ตัวยาวอย่างเดียว ตัวสั้นไม่ได้เช็ค(ประมาทไปหน่อยครับ) ก็วิ่งเป็นปกติ แต่ยังสตาร์ทยากอยู่ พอดีไปธุระที่พิษณุโลก เลยให้ช่างเพื่อนกันเช็คเลยลองเปลี่ยนปั๊มติ๊กมือสองให้
ก็เป็นเหมือนเดิม หลังกลับมาจากพิษณุโลก มันชักไม่ได้เรื่องแฮะต้องสตาร์ท3ครั้งถึงจะติด หลังจากสอบถามไปมาเพื่อนก็บอกว่าเอาง่ายๆเสียเงินน้อยๆก่อน เลยให้ผมไปลองเปลี่ยนกรองเบนซินดู
ก็เปลี่ยนรวมท่อน้ำมันที่เปื่อยบางเส้น ก็สตาร์ทยากเหมือนเดิม
             ที่นี้มาเดือน มิถุนา 56 ก็อดรนทนกันไม่ได้ ก็เลยปรึกษากับช่างรุ่นน้องในโคราช ให้เปลี่ยนปั๊มติ๊กเป็นของใหม่ซะจะได้ตัดปํญหาเรื่องแรงดันน้ำมัน เรื่องสตาร์ทยากมันเป็นอัตราตายตัวเลยครับ
คือ3ครั้งติดทุกครั้งที่ดับเครื่องไม่สนใจร้อนเย็น ต่อครับในการเปลี่ยนปั๊มติ๊ก ก็ให้เปลี่ยนสายพานหน้าเครื่อง วาล์วน้ำไปด้วยปั๊มน้ำรองวดต่อไป หลังจากเปลี่ยนที่ต้องการทั้งหมด   มันก็เริ่มออกอาการทันทีครับ
เริ่มต้นเสียงปั๊มติ๊กดังวี้ดว้ายในห้องโดยสาร ปกติไม่ได้ยิน แต่วิ่งไปเสียงอื่นๆกลบหมด อันนี้ไม่เท่าไรครับ แต่พอจอดติดไฟแดงเบาดับ แถมยังสตาร์ทยากอีก หันไปมองหลังรถเห็นปากรถข้างหลังมุบๆมิบๆ
คงกำลังอวยชัยให้พร สตาร์ทซ้ำหลายๆครั้งก็ติดครับไปต่อได้ ดับๆติดๆไปเรื่อยครับ บางครั้งจอดอยู่เข้าเกียร์ P รอบสวิงเร่งไม่ขึ้น วอดดับเลย บางครังดับไปเฉยๆเหมือนดับสวิตท์กุญแจ ทดลองถอดสายไฟที่คอยส์
1 เส้นให้วิ่ง 5 สูบ วิ่งทั้งวันไม่เป็นไร(วิ่งใกล้ๆ) ซื้อคอยส์มาเปลี่ยนอีกหลังจากเจอคอยส์ตั้วสั้น หัวขาด แล้วก็ไม่หาย ทั้งวิ่งห้าสูบและ 6 สูบ สลับคอยส์กันระหว่างตัวสั้นก็ไม่หาย  เป็นมา 1 อาทิตย์แล้วครับ
              สิ่งที่ทำไปแล้วก่อนรถมีอาการ
              1.เปลี่ยนปั๊มติ๊ก ของใหม่
              2.เปลี่ยนกรองเบนซิน และท่อยางบางเส้น
            
             สิ่งที่ทำไปแล้วหลังจากรถมีอาการ
             1. เปลี่ยน แคม / แคร้ง ช๊าฟ เซ็นเซอร์ ตามช่างแนะนำ
             2. ลองสลับตัวแอร์โฟว์
             3.เปลี่ยนคอยส์ต้องสงสัยไป 3 ตัว
             4.ช่างเช็คเร็คคูเรเตอร์แล้วไม่รั่ว
ทั้งหมดที่ทำมานี้ไม่หายครับ
            ยังเหลือ ล้างปีกผีเสื้อ  , มอเตอร์รอบเดินเบ
ก็เลยสังสัยมากครับว่ารถผม เอ้ย รถภรรยาผมมันเป็นอะไรกันแน่ครับ
ระหว่าง   จำเลยที่ 1 คุณไฟ
             จำเลยที่ 2 คุณเชื้อเพลิง(เป็นทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ซ(หัวฉีด autronic))
             หรือมันแอบไปจับมือทกันทำสนธิสัญญา ร่วมขู่กรรโชกทรัพย์
             หรือ...มันจะเป็นอย่างอื่น
             เหนื่อยมากเลยครับ
รบกวน ลุงยิ้ม และท่านผู้รู้ทั้งหลายตอบด้วยครับ
ขอขอบคุณท่าน


ทำตัวนี้ แล้วเช็คคอยล์-หัวเทียนใหม่ก่อนครับ

สวัสดีครับ
            ผมเป็นผู้อาศัยนั่ง A32 ปี 2000 รุ่นใบชูโรครับ คือเป็นรถของภรรยาครับ ใช้มา 3ปี ซื้อต่อจากเขามา
ก็ใช้มาปกติครับ ไม่มีอาการรวนเรใดๆทั้งสิ้น  มาเมื่อเมษา 56 ก็เริ่มออกอาการ กรรโชกทรัพย์ในกระเป๋าโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
เริ่มจากอาการ สตาร์ทไม่ติดมีเสียงแช๊ะแต่เครื่องยนต์ไม่มีอาการตอบสนองต่อการกระตุ้นใดๆทั้งสิ้น
ทางภรรยาผมก็ให้ผมหาข้อมูลว่ามันเป็นอะไร ผมก็ได้ข้อมูลจากในนี้ว่า มอเตอร์สตาร์ทเป็นตัวการ ก็ให้ช่างมาดู ช่างเอาไปซ่อมให้เป็นที่เรียบร้อย
ก็เอามาใส่ให้ก็ใช้ได้ครับ สตาร์ทชึ่งเดียวติดเหมือนเดิมก็โอเคจ่ายเงินไปครับ   วันต่อมาตอนเช้าสตาร์ทรถ ปรากฎว่าต้องสามครั้งถึงติด อันนี้แบ็ตพึ่งเปลี่ยนได้ 15 วันแล้ว
เช็คไฟดูก็โอเคครับ จึงนำรถไปให้ช่างที่ทำมอเตอร์สตาร์ทดู แกก็บอกว่าไม่เกี่ยวกับผมเมื่อวานยังติดดีอยู่เลยก็เลยต้องล่าถอยมาอย่างงงๆ ก็ใช้ไปครับเพราะมันเป็นมั่งไม่เป็นมั่ง
จนกระทั่ง ปลายเมษาที่นี้มีการการสั่นกระตุกไปทั้งคัน คอยส์แน่ๆ ก็เลยเข้าไปในโคราช(ผมอยู่ ปักธงชัย นครราชสีมาครับ) ให้ช่างรุ่นน้องจัดการเปลี่ยนคอยส์ตัวที่เสียให้ ก็หายสั่น
ทีนี้เช็คคอยส์ตัวยาวอย่างเดียว ตัวสั้นไม่ได้เช็ค(ประมาทไปหน่อยครับ) ก็วิ่งเป็นปกติ แต่ยังสตาร์ทยากอยู่ พอดีไปธุระที่พิษณุโลก เลยให้ช่างเพื่อนกันเช็คเลยลองเปลี่ยนปั๊มติ๊กมือสองให้
ก็เป็นเหมือนเดิม หลังกลับมาจากพิษณุโลก มันชักไม่ได้เรื่องแฮะต้องสตาร์ท3ครั้งถึงจะติด หลังจากสอบถามไปมาเพื่อนก็บอกว่าเอาง่ายๆเสียเงินน้อยๆก่อน เลยให้ผมไปลองเปลี่ยนกรองเบนซินดู
ก็เปลี่ยนรวมท่อน้ำมันที่เปื่อยบางเส้น ก็สตาร์ทยากเหมือนเดิม
             ที่นี้มาเดือน มิถุนา 56 ก็อดรนทนกันไม่ได้ ก็เลยปรึกษากับช่างรุ่นน้องในโคราช ให้เปลี่ยนปั๊มติ๊กเป็นของใหม่ซะจะได้ตัดปํญหาเรื่องแรงดันน้ำมัน เรื่องสตาร์ทยากมันเป็นอัตราตายตัวเลยครับ
คือ3ครั้งติดทุกครั้งที่ดับเครื่องไม่สนใจร้อนเย็น ต่อครับในการเปลี่ยนปั๊มติ๊ก ก็ให้เปลี่ยนสายพานหน้าเครื่อง วาล์วน้ำไปด้วยปั๊มน้ำรองวดต่อไป หลังจากเปลี่ยนที่ต้องการทั้งหมด   มันก็เริ่มออกอาการทันทีครับ
เริ่มต้นเสียงปั๊มติ๊กดังวี้ดว้ายในห้องโดยสาร ปกติไม่ได้ยิน แต่วิ่งไปเสียงอื่นๆกลบหมด อันนี้ไม่เท่าไรครับ แต่พอจอดติดไฟแดงเบาดับ แถมยังสตาร์ทยากอีก หันไปมองหลังรถเห็นปากรถข้างหลังมุบๆมิบๆ
คงกำลังอวยชัยให้พร สตาร์ทซ้ำหลายๆครั้งก็ติดครับไปต่อได้ ดับๆติดๆไปเรื่อยครับ บางครั้งจอดอยู่เข้าเกียร์ P รอบสวิงเร่งไม่ขึ้น วอดดับเลย บางครังดับไปเฉยๆเหมือนดับสวิตท์กุญแจ ทดลองถอดสายไฟที่คอยส์
1 เส้นให้วิ่ง 5 สูบ วิ่งทั้งวันไม่เป็นไร(วิ่งใกล้ๆ) ซื้อคอยส์มาเปลี่ยนอีกหลังจากเจอคอยส์ตั้วสั้น หัวขาด แล้วก็ไม่หาย ทั้งวิ่งห้าสูบและ 6 สูบ สลับคอยส์กันระหว่างตัวสั้นก็ไม่หาย  เป็นมา 1 อาทิตย์แล้วครับ
              สิ่งที่ทำไปแล้วก่อนรถมีอาการ
              1.เปลี่ยนปั๊มติ๊ก ของใหม่
              2.เปลี่ยนกรองเบนซิน และท่อยางบางเส้น
           
             สิ่งที่ทำไปแล้วหลังจากรถมีอาการ
             1. เปลี่ยน แคม / แคร้ง ช๊าฟ เซ็นเซอร์ ตามช่างแนะนำ
             2. ลองสลับตัวแอร์โฟว์
             3.เปลี่ยนคอยส์ต้องสงสัยไป 3 ตัว
             4.ช่างเช็คเร็คคูเรเตอร์แล้วไม่รั่ว
ทั้งหมดที่ทำมานี้ไม่หายครับ
             ยังเหลือ ล้างปีกผีเสื้อ  , มอเตอร์รอบเดินเบา
ก็เลยสังสัยมากครับว่ารถผม เอ้ย รถภรรยาผมมันเป็นอะไรกันแน่ครับ
ระหว่าง   จำเลยที่ 1 คุณไฟ
             จำเลยที่ 2 คุณเชื้อเพลิง(เป็นทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ซ(หัวฉีด autronic))
             หรือมันแอบไปจับมือทกันทำสนธิสัญญา ร่วมขู่กรรโชกทรัพย์
             หรือ...มันจะเป็นอย่างอื่น
             เหนื่อยมากเลยครับ
รบกวน ลุงยิ้ม และท่านผู้รู้ทั้งหลายตอบด้วยครับ
ขอขอบคุณท่าน

วิเคราะห์จากที่ได้อ่านดูแล้ว อาการสตาร์ทติดยากหน้าจะเกิดมาจากลีเลย์สตาร์ทมันไหม้ครับ(ตามอายุการใช้งาน) อยู่ที่กล่องฟิวหน้าแบตเตอร์รี่ครับ ส่วนอาการเบาดับหลังจากที่ได้อ่านดูแล้วตัวที่หน้าสงสัยที่สุดก็หน้าจะเป็น เปลี่ยน แคม / แคร้ง ช๊าฟ เซ็นเซอร์ ตามช่างแนะนำ ลองเอาตัวเดิมกลับมาใส่เหมือนเดิมครับถ้าตัวเก่าไม่ได้เสียก็ไม่หน้าจะเปลี่ยน(เปลี่ยนไปแล้วอาการยังเหมือนเดิมก็ไม่หน้าจะเสีย) เพราะดูแล้วสาเหตุที่ช่างสั่งให้เปลี่ยนก็หน้าจะมาจากสาเหตุสตาร์ทติดยาก แล้วเซ็นเซอร์ที่เอามาเปลี่ยนเป็นของใหม่ตรงรุ่น หรือของมือสองนะครับ เซ็นเซอร์จะมีทั้งหมด3ตัวที่ทำงานสอดประสานกัน ใต้มู่เล่เครื่อง1ตัว หน้าเครื่อง1ตัว ไฟล์วิน1ตัว ทั้ง3ตัวนี้จะทำงานสอดประสานกันประมวนผลแล้วส่งข้อมูลทั้งหมดไปที่กล่องECU ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหาก็จะทำให้เครื่องสตาร์ทติดยากและเครื่องเดินไม่เรียบ แต่ที่จากได้อ่านมาตอนแรกรถของพี่มีอาการแค่สตาร์ทติดยากต้อง3ครั้งถึงจะติด ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นที่ลีเลย์สตาร์ทเพราะปั๊มติ๊กเปลี่ยนแล้ว กรองเบ็นซินเปลี่ยนแล้ว เช็คเร็คคูเรเตอร์แล้วไม่รั่ว ลองดูครับแก้ทีละเรื่องก่อนเดี๋ยวมันจะคันหลายที่ตอนนี้ยังเกาไม่ถูกจุดนะครับ

 เก่งจังเยยยย เก่งจังเยยยย เก่งจังเยยยย
บันทึกการเข้า

wich
สมาชิกลงทะเบียน
ต่ำสิบ
*****

พลังใจ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 0815966616
กระทู้: 5

« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2013, 10:10:40 am »

ขอขอบคุณทุกท่านครับ
อาการสตาร์ทยากดีขึ้นครับ หลังจากพบว่าช่างที่ซ่อมมอเตอร์สตาร์ท ขันน็อตขั้วบวกให้ไม่แน่น
ลองขันให้แน่น ชึ่งเดียวติดครับ(งงๆอยู่ว่ามันใช่เหรอ)
ลองเช็ดปีกผีเสื้อโดยใช้ผ้าชุบเบนซิน เช็ดดูดำมากเลยครับ อาการดีขึ้นครับแต่ยังพอมีวูบวาบอยู่บ้างครับ
รถต้องใช้ทุกวันครับภรรยาต้องใช้ไปขายของก็เลยหาเวลาทำอะไรยากครับ
มีอะไรยังไงจะมารายงานให้ทราบครับ
บันทึกการเข้า
wich
สมาชิกลงทะเบียน
ต่ำสิบ
*****

พลังใจ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 0815966616
กระทู้: 5

« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 10:16:40 am »

สวัสดีครับ
          ตอนนี้ได้ไล่เปลี่ยน เซนเซอร์ปีกผีเสื้อ  , มอเตอร์รอบเดินเบา , แอร์โฟร์, เซนเซอร์น้ำ
                  สตาร์ทได้ตามปกติแล้วครับ แต่ ถ้าเครื่องเย็น จะมีอาการสะดุดหอบรอบวูบวาบ เมื่อเครื่องเริ่มร้อนอาการ สะดุดหอบรอบวูบลงจะหายไป
                  ใช้งานได้ดีมาก ในระหว่างใช้งานถ้าต้องมีการเบรคกระทันหันรอบจะตกลงมาถึง 300 แล้วเด้งกลับไปที่ 850 ใหม่ บางครั้งก็มีดับครับ
          ตอนนี้เลยมีอาการที่คนแทนครับ คือ งงๆ มึนๆ ว่าจะต้องไปแก้ยังไงต่อไปครับ
          รบกวนด้วยครับ
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
biblehotxp
หัวสิบ
**

พลังใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 0805965694
รุ่นรถที่ใช้: A32
กระทู้: 185

เบิ้ล A32


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2013, 12:49:34 pm »

สวัสดีครับ
          ตอนนี้ได้ไล่เปลี่ยน เซนเซอร์ปีกผีเสื้อ  , มอเตอร์รอบเดินเบา , แอร์โฟร์, เซนเซอร์น้ำ
                  สตาร์ทได้ตามปกติแล้วครับ แต่ ถ้าเครื่องเย็น จะมีอาการสะดุดหอบรอบวูบวาบ เมื่อเครื่องเริ่มร้อนอาการ สะดุดหอบรอบวูบลงจะหายไป
                  ใช้งานได้ดีมาก ในระหว่างใช้งานถ้าต้องมีการเบรคกระทันหันรอบจะตกลงมาถึง 300 แล้วเด้งกลับไปที่ 850 ใหม่ บางครั้งก็มีดับครับ
          ตอนนี้เลยมีอาการที่คนแทนครับ คือ งงๆ มึนๆ ว่าจะต้องไปแก้ยังไงต่อไปครับ
          รบกวนด้วยครับ
ขอบคุณครับ

ลองเช็คสาย แวคคั่ม ต่างๆดูครับ อาจจะรั่วเพราะถ้าสายอากาศหลัง แอร์โพร์ รั่วเครื่องจะหอบและรอบตก ครับ ใช้น้ำฟองสบู่ลูบที่สายดูรอยรั่วครับ
บันทึกการเข้า
wich
สมาชิกลงทะเบียน
ต่ำสิบ
*****

พลังใจ 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 0815966616
กระทู้: 5

« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 16, 2013, 02:43:24 pm »

สวัสดีครับ
        ต้องขออภัยที่เข้ามารายงานผลช้าครับ  เพราะตัดสินใจอยู่หลายวันว่าจะบอกต่อดีไหม
        ก่อนอิ่นต้องรายงานผลก่อนครับ ไอ้อาการประหลาดที่เป็นตอนเฉพาะเครื่องเย็น เกิดจากคอยส์ครับ
        เป็นคอยส์ตัวเปลี่ยนมาใหม่ด้วยครับ  สาเหตุที่ไม่ได้เช็คว่าเป็นที่คอยส์ตั้งแต่แรก เพราะทุกช่างที่ไปหา
        รวมทั้งที่ 0 ด้วยครับ(อันนี้เป็นไคลแม็กซ์ของเรื่องครับ) ก็เลยไล่เปลี่ยนตัวอื่นๆไปซึ่งตัวอื่นมันก็ส่อแววเสียทั้งนั้น
        แต่มาเอะใจนิดนึงตรงก่อนเปลี่ยนแอร์โฟล์ ผมได้ลองถอดคอยส์ตัวสั้นตัวที่เปลี่ยนใหม่ออกมาดูตัวนึงออกมาดู
        เพระได้ยินเสียงแปลกๆ ผลปรากฏว่าคอยส์แตกครับมีวาสลินและน้ำมันสีแปลกๆไหลออกมาจากคอยส์  อันนี้เจอหลังจากเข้า 0
        ของนิสสันแห่งหนึ่งใน นครราชสีมา เพื่อเช็คระบบเลยโดนจับเปลี่ยหัวเทียนซะ(ภรรยาเป็นคนไป) หลังจากเอาคอยส์ตัวเก่าที่ดีที่สุดมาใส่แทน
        ก็ดีขึ้น แต่หลังจากนั้น 4- 5 วันก็มีอาการล่าสุดที่เล่าไป    เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วไม่รูว่าผมเกิดฟิตอะไรขึ้นมา เลยลองถอดคอยส์ตัวยาวออกมาดู
        ผลปรากฎว่า  คอยส์ตัวใหม่อีกตัวอยู่ในสภาพที่มีปัญหาไม่อยู่ในสภาพสมบรูณ์ของคอยส์ใหม่แถมมีรอยมาร์คที่น่าจะบ่งบอกว่าไอ้ตัวนี้มีปัญหา
        เลยลองเอาตัวเก่าที่ดูดีที่สุดมาใส่ ชึ่งเดียวติดทุกอาการหายไปหมด คือผมเองไม่อยากโทษใครเพราะไม่ได้เจอและจับได้คาหนังคาเขา
        แต่ที่มีมายุ่งกับคอยส์ก็มีแต่ช่างของศูยน์เท่านั้นเพราะเปลี่ยหัวเทียนให้ ถ้าคอยส์ตัวเดียวก็เป็นไปได้ว่าคอยส์ที่เราซื้อมามีปัญหา แต่นี่ 2 ตัว
        แถมอีกตัวมีร่องรอยบอกไว้ด้วยว่าควรทิ้ง ก็ให้เป็นอุทาหรณ์ครับ คิดว่าคงไม่ได้เป็นทั้งหมดทุกศูยน์ในโคราชหรอกครับ
        ใครที่มีอาการใกล้ๆกันกับผม ลองเช็คดูครับ
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
kr2032
หัวสิบ
**

พลังใจ 30
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 081-4879557
กระทู้: 43


« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 15, 2014, 09:37:36 am »

อาการคล้ายๆ กันครับ สตาร์ทครังแรกติด ปล่อยให้วอร์มไปหน่อย ดับ แล้วสตาร์ทติดยาก ติดแล้วก็ดับอีก แต่ถ้าเครื่องร้อนแล้วไม่มีอาการครับ ลองสตาร์ทแก๊ส ไม่ติดครับ กลัวจะเจอแบบนี้ ซ่อมไม่ตรงจุด
บันทึกการเข้า
bank1049
ต่ำสิบ
*

พลังใจ 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

โทร: 0806154225
กระทู้: 5


« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 23, 2014, 10:58:28 pm »

ขอบคุณครับที่เล่าประสบการให้ฟัง มีประโยชน์เปนอย่างมากครับ เพราะรถผมก้เปนอาการแบบพี่ทุกประการเลย
โดนมาเหมือนกันเลยคับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
Theme DreamLike by Fussilet.com

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.084 วินาที กับ 21 คำสั่ง